2007/Apr/18

หายหน้าหายตาจากการเขียนบลอกไปนานเลยค่ะ เพราะว่ายุ่งมาก ๆ แถมด้วยขี้เกียจเล็ก ๆ อิอิ กะจะมาเขียนถึงร้านอาหารที่กินมา แต่....ถ่ายรูปไว้แค่โค้ก 1 แก้ว พออาหารมาถึงก็ลืมทุกอย่าง แหะ..แหะ..

เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา เราปิดร้านนอนดูหนังจีนชุดจนจบ (อันที่จริง เรากะเอาบลอกนี้ไว้คุยเรื่องนิยายนะเนี่ย แต่ไหงมีพูดถึงนิยายแค่เรื่องเดียวหว่า งงตัวเองเหมือนกัน) เรื่อง อาภรณ์พิศวาส นำแสดงโดย ดาราคนโปรดค่ะ เจียงหัว นั่นเอง โปรดเพราะได้ดูเรื่อง จักรพรรดิทะลุมิติ ซึ่งเค้าเล่นได้ดี บทบาทก็ดี เก่ง ฉลาด มีอารมณ์ขัน มีไหวพริบ รู้จักอดทนอดกลั้น ฯลฯ ทำให้ไปหาข้อมูลและมีน้องคนนึงแนะนำเรื่อง อาภรณ์พิศวาส เป็นเรื่องปลายสมัยราชวงศ์ชิง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทำให้องค์หญิงต้องมาเปิดร้านอาหาร ส่วนเจ้าของร้านผ้าที่ยิ่งใหญ่ก็ตกอับ ลูกชายต้องไปเป็นคนลากรถ แต่จะไม่เล่าถึงเนื้อเรื่องนะคะ เพราะถ้าเล่าคงยาวมาก ๆ แน่เลย(วิชาย่อความไม่ค่อยได้เรื่องค่ะ)มาพูดถึง เถ้าแก่หยงเฮ่าตง (เจียงหัว)กันดีกว่า เป็นเจ้าพ่อที่มีอิทธิพล มีความฉลาดสูง เป็นคนชอบช่วยเหลือคนแต่ไม่แสดงตัว แอบหลงรักองค์หญิงซึ่งได้ตกลงเป็นคู่รักกับคนลากรถ (ที่มีฝีมือตัดเย็บเป็นเลิศ แถมยังเป็นคนดีมาก ๆ จึงชนะใจองค์หญิง) ก่อนดูเรื่องนี้ เราได้ทำใจมาแล้วว่า เจียงหัวไม่ใช่พระเอก แต่ดูแล้วได้ใจเราไปเต็ม ๆ ถ้าเราเป็นนางเอกคงหันมารักเถ้าแก่หยงแหง ๆ เพราะอะไรเหรอคะก็เพราะประทับใจกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หยงเฮ่าตงมีให้องค์หญิงค่ะ

ผู้มีพระคุณของหยงเฮ่าตงมาหาที่ไนท์คลับ หยงเฮ่าตงเชิญไปนั่งที่ห้องทำงาน และเดินไปเปิดพัดลมพร้อมกับบ่นว่า ร้อน ต่อจากนั้น องค์หญิงซึ่งเป็นเลขาฯ หยงเฮ่าตง(เพราะมาทำงานใช้หนี้แทนมารดาที่ไปติดหนี้พนันที่คลับของหยงเฮ่าตง) เอาเอกสารมาให้อนุมัติ ก็ยกมือปิดปากไอ หยงเฮ่าตงรีบลุกพร้อมกับบ่นว่า หนาว แล้วไปปิดพัดลม โหยยยยยย แค่นี้เท่านั้นเอง สำหรับเราแล้วรู้สึกว่าเป็นการกระทำที่น่ารักจริง ๆ ฉากที่หยงเฮ่าตงต้องไปข้ามสะพานเลือด (เดินผ่านแถวให้ลูกน้องใช้ดาบฟัน) เพื่อออกจากวงการ เพื่อองค์หญิง (เพราะองค์หญิงไม่ชอบวงการนี้) ยังไม่ประทับใจเท่าฉากปิดพัดลมเลยค่ะ

แต่เรื่องนี้บอกไม่ได้ค่ะ ว่าใครเป็นพระเอก เพราะอะไรคงต้องไปหาเรื่องนี้มาดูหล่ะค่ะ

แหม เพื่อนๆ คงอ่านแล้วสงสัย ยัยคนนี้เล่าอะไรไม่เห็นรู้เรื่อง แถมวงเล็บก็เยอะ ^^" แต่ขอสักวันเถอะค่ะ น่าร๊ากกกกกกกกกกก อิอิ อยากดูเรื่องอื่น ๆ ของเจียงหัวอีกจังเลยน๊า ....

ปล. ใครช่วยแนะทีสิคะ ว่าควรจะใส่ tag ว่าอะไรดี

2007/Jan/06

สวัสดีปีหมูทองค่ะ มีประสบการณ์มาก(แก่)ขึ้นอีกหนึ่งปีแล้วค่ะ วันนี้ (6 ม.ค. 50) น้องสาวพาน้องแมวที่เพิ่งเก็บได้ไปโรงพยาบาลสัตว์ เพราะว่าตาบวม และหายใจแปลก ๆ ค่ะ ปรากฎว่า มีกระดูกหัก 1 ที่ แต่คุณหมอบอกว่า ไม่ต้องทำอะไร และใส่ยาที่ลูกตา แต่การหายใจนั้น คุณหมอว่า ดูขัด ๆ จึงต้องโกนขนด้านข้างช่วงใกล้ ๆ ท้องทั้งสองข้าง แล้วเอกซ์เรย์ก็พบว่า มีน้ำในช่องท้องและหน้าอก หมอทำการดูดออกมาเพื่อดูว่าเป็นน้ำหรือเลือด ผลออกมาว่าเป็นน้ำค่ะ หมอบอกว่า เป็นเชื้อไวรัสติดกันทาง น้ำลาย ฉี่ น้ำเหลือง ฯลฯ และไม่มีทางรักษาหายขาดค่ะ มีแต่กินยาเพื่อกดเชื้อไม่ให้ขึ้นมาแผลงฤทธิ์ แต่ถ้าโตขึ้น แข็งแรงขึ้น อาจจะหายได้ค่ะ อ่อ หมอบอกอีกว่า ถ้าเป็นเมืองนอกแล้วแมวเป็นโรคนี้ เค้าจะกำจัดทิ้งค่ะ!

กลับมาที่แมวสีขาวที่เคยพูดถึง น้องสาวบอกว่าตั้งชื่อให้ว่า เกรย์ แล้วกัน เพราะว่า ไม่ขาวปลอดทั้งตัว มีน้ำตาลจาง ๆ บางที และบางทีก็มอมแมม สำหรับชื่อนี้ บางคนก็จะเรียก เกย์ (เอ่อ...แมวตัวนี้ตัวเมียค่ะ...) บางคนเรียก เก(เร) เฮ้อ...

แรก ๆ เราก็ไม่ได้สนใจกะเจ้าเกรย์มาก เพราะอย่างที่บอก ไม่ได้ชอบแมวอ่ะ แต่เจ้าเกรย์มันคอยวิ่งตามเรา ชอบมาคลอเคลีย มาไถซอกคอมันกะขาเรา ซึ่งไม่ชอบมาก ๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง เรารีบเดิน แว่นก็ยังไม่ได้ใส่มองอะไรก็ไม่ชัด เหยียบตัวมันเข้าไปเต็มที่มันร้องเสียงดังพร้อมกับกัดเราเข้าให้เป็นรอยเขี้ยวหลายรอยเราทั้งตกใจทั้งเจ็บ ยังโดนน้องว่าอีก ว่าไปเหยียบแมวทำไม อ๊าวววไม่ได้ตั้งใจนี่หว่าส่วนเจ้าเกรย์หนีไปซ่อนใต้ตู้ เราก็ต้องไปฉีดยาให้ครบตามที่หมอนัด ตั้งแต่นั้นมา เจ้าเกรย์ก็ไม่เข้ามาใกล้ ๆ เราอีก จะว่าไปช่วงนั้นก็เสียดายความอยากใกล้ชิดของเจ้าเกรย์เหมือนกัน

เกรย์มันเป็นแมวแปลกกว่าแมวตัวอื่นหรือเปล่าเราก็ไม่รู้ แต่มันมักจะมีพฤติกรรมที่ เดิน ๆ อยู่แล้วจะมาทิ้งตัวลงพื้นใกล้ ๆ เท้า หรือลงไปบนเท้าคน แล้วไม่ใช่ค่อย ๆ ล้ม แต่ยืน ๆ แล้วทิ้งตัวลงพื้นเลย บางครั้งเหมือนจะได้ยินเสียงตุ้บด้วยซ้ำ

ช่วงหลัง ๆ มาเราก็เริ่มไม่รำคาญแมว มีการอุ้มบางครั้ง จนกระทั่งวันนึง มันหายไประหว่างซ่อมบ้าน ตอนเช้า ก่อนช่างมา เจ้าเกรย์จะออกมาเดินนวยนาด แต่พอช่างหิ้วเครื่องมือเข้าบ้าน เจ้าเกรย์จะหายไปจนกระทั่งเย็น ช่างกลับ จึงจะออกมาชมโลกภายนอก

เจ้าเกรย์หายไปตอนไหนไม่มีใครรู้ แต่ช่างเค้าบอกว่า เห็นแมวเดินอยู่บนกำแพงข้างหลังบ้าน ซึ่งหลังกำแพงเป็นที่ดินเปล่า มีแต่ต้นไม้และหลุมบ่อ มีน้ำขัง เราทั้งบ้านก็ไปยืนเรียกชื่ออยู่หลังบ้าน (ตอนนี้เกรย์เริ่มจำชื่อตัวเองได้แล้ว ไม่ว่าจะไปหลับอยู่ที่ไหน ถ้าเรียกชื่อ เกรย์จะออกมาให้เห็น แม้จะเป็นเวลาที่กำลังหลับอยู่ก็ตาม ก็จะมายืนทำตายิบหยีเหมือนคนเพิ่งตื่น) แต่ละคนก็ได้ยินเสียงแว่ว ๆ ของกระดิ่งมั่ง เสียงแมวร้องมั่ง แต่ก็ไม่เห็นตัวลงทุนเดินอ้อมสี่แยกไปเข้าอีกทางซึ่งจะมีทางเข้าไปถึงที่ดินที่ว่าได้ แต่มีหมาดุสองสามตัวอยู่แถวนั้น ไปกี่ทีก็ไม่เห็น จนกระทั่งค่ำแล้ว เอาไฟฉายไปส่องก็ไม่เจอ คืนนั้น นอนไม่ค่อยหลับทั้งแม่ทั้งลูก

ตีห้า น้องสาววิ่งเข้าห้องนอนมาปลุกว่า ได้ยินเสียงเจ้าเกรย์ เรียกไปก็ขาน ทุกคนก็วิ่งลงมาดู เรียกแล้วมันขานจริง ๆ ต้องขับรถยนต์อ้อมเข้าไปในที่ดินหลังบ้าน (เพราะกลัวหมาเห็นแมวแล้วจะไล่ฟัดทั้งเราและแมว) แม่เราคอยเรียกเจ้าเกรย์ไว้ แต่พอน้องเราเข้าไปจะไปหา เรียกเท่าไหร่ ก็ไม่ขาน แต่มีแม่คอยบอกว่าเจ้าเกรย์หลบตรงไหนถึงได้เจอ เอาขึ้นรถกลับบ้าน

ซึ่งแม่ก็มาสันนิษฐานว่า คงเป็นเพราะวันที่เจ้าเกรย์หายไป แม่ให้ตัดต้นไม้ที่ขึ้นชิดกำแพงหลังบ้าน แต่เกรย์คงออกไปก่อนที่จะตัดต้นไม้ เมื่อกลับมาจึงหาทางกลับไม่ได้

เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว เจ้าเกรย์ก็เอาแต่นอนทั้งวันทั้งคืน จึงเดากันว่าที่หายไปคงไม่ได้หลับได้นอน เพราะต้องคอยหลบหมา ๆ ทั้งหลาย


รูปเจ้าเกรย์ เมื่อไม่นานมานี้ค่ะ

2006/Dec/26

จริง ๆ แล้วกะว่าจะเอาบลอคไว้เขียนรำพันถึงนิยายแปลอย่างเดียว แต่พอดีว่า วันนี้น้องสาวไปช่วยชีวิตน้องแมวไว้หนึ่งตัว ต้องบอกว่าไปแย่งจากปากของน้องหมาจรจัดแถว ๆ บ้าน

ตอนเช้า ๆ กำลังนั่งพิมพ์งาน (และคุยเอ็มเอสเอ็น) อยู่ก็ได้ยินเสียง ลูกแมวร้อง น้องสาวก็ลุกขึ้นมองหา แล้วก็เห็นหมาสองตัว วิ่งไปทางซ้าย เท่านั้นแหละ น้องสาววิ่งตาม(หมา) ออกไป แต่ไม่ทัน หมามันคาบลูกแมวอยู่ในปากเกือบจะวิ่งหนีไป แต่น้องสาววิ่งไปตะโกนโหวกเหวกสั่งหมาให้ปล่อยลูกแมว ไม่รู้จะด้วยความตกใจ(ของหมา) หรือว่า หมาฟังรู้เรื่อง มันก็ปล่อยให้ลูกแมวเป็นอิสระ น้าสะใภ้กะพี่อีกคนที่วิ่งตามไป ก็เข้าไปอุ้มลูกแมวขึ้นมา ส่วนเราตั้งแต่รู้ว่า ไปช่วยลูกแมวได้ เลยไปหยิบกล่องพร้อมกับใส่ผ้าลงไป แล้วเอาไปใส่ลูกแมว มันก็ร้องอยู่ในกล่อง ท้องก็โป่ง ๆ ยุบ ๆ เหมือนเวลาเป่าลูกโป่ง ปลอบมันพักนึงแล้วเอานมมาให้ ท่าทางที่ลูกแมวตัวนี้เงยขึ้นมามองอ่ะ น่าสงสารมาก ๆ หน้าตาเศร้า ๆ ละห้อย ๆ พอกินนมเสร็จ มันก็เงียบเสียง หลับตลอดตั้งแต่เช้า จนบ่าย จนกระทั่งเย็น คงนอนพอแล้ว เริ่มส่งเสียงเรียก พอมีคนไปดู จะร้องพอเป็นพิธี

เจอแมวตัวนี้ ทำให้นึกถึง แมวที่หลงมาเมื่อประมาณปลายปี 46 เป็นแมว สีขาว ตาสีฟ้าใสแจ๋ว แต่มันไปซ่อนในตู้ใต้ชั้น เอาข้าวไปวางไว้ให้ก็ต้องเดินหนีไปไกล ๆ ไม่งั้นไม่ยอมออกมากิน ต้องคอยแอบมองเป็นแบบนี้อยู่ประมาณเกือบ 3 เดือน ถึงจะยอมออกมาให้เห็นตัวชัด ๆ คราวนี้ก็อาศัยอยู่ไม่ยอมออกล่ะ จะเอาไปปล่อยแม่ก็สงสาร แต่ก่อนเราเป็นคนเกลียดแมวมาก (จริง ๆ แล้วไม่ชอบสัตว์ทุกชนิดแหละ) เมื่อเจ้าสีขาวตัวนี้มาอยู่ เราก็ยังไม่ชอบแมวอยู่ดี แต่สงสารว่ามันเป็นลูกแมว เลยไม่ท้วงที่น้องอยากเลี้ยง แม่ก็สงสาร จึงเลี้ยงมันมาเรื่อย ๆ

(ต่อภาคสองปีหน้าค่ะ อิอิ)

edit @ 2007/01/02 19:41:37


edit @ 2007/01/02 19:42:24